2026-04-20 · TWH Team

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับใบกำกับภาษี B2B และภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT) ในไทย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับใบกำกับภาษี VAT, ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%, และเอกสารประกอบงานซ่อมบำรุง B2B

งานซ่อมบำรุง B2B ในประเทศไทยมีความซับซ้อนด้านภาษีที่หลายบริษัทยังเข้าใจผิดอยู่เป็นประจำ ทั้งเรื่อง VAT เกณฑ์ขึ้นทะเบียน ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT) และเอกสารที่ต้องเก็บรักษา บทความนี้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยจากผู้จัดการอาคารและฝ่าย Procurement ของธุรกิจ B2B ในไทย

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. VAT 7% ใช้บังคับกับงานซ่อมบำรุงทุกรายการหรือไม่?

ไม่เสมอไป VAT 7% บังคับใช้เฉพาะผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT แล้วเท่านั้น ผู้รับเหมาที่มีรายได้จากการให้บริการต่ำกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปีไม่จำเป็นต้องจดทะเบียน VAT และไม่สามารถเรียกเก็บหรือออกใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มได้

สิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนจ้าง: ขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้รับเหมาและตรวจสอบสถานะ VAT ผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากร (rd.go.th) ก่อนทำสัญญา

2. เกณฑ์ 1.8 ล้านบาทคำนวณอย่างไร?

เกณฑ์ 1.8 ล้านบาทคือรายได้รวมจากการขายสินค้าและให้บริการต่อปีปฏิทิน ไม่ใช่กำไร หากผู้รับเหมามีรายได้เกินเกณฑ์นี้ในปีที่ผ่านมาหรือคาดว่าจะเกินในปีนี้ มีหน้าที่ต้องจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วัน ผู้รับเหมาที่จดทะเบียน VAT แล้วต้องเรียกเก็บ VAT 7% จากทุกใบแจ้งหนี้บริการ

3. WHT 3% คืออะไร และต้องหักเมื่อใด?

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax / WHT) คืองภาษีที่ผู้ว่าจ้างต้องหักจากค่าจ้างก่อนจ่ายให้ผู้รับจ้าง แล้วนำส่งกรมสรรพากรแทน

สำหรับงานบริการซ่อมบำรุง อัตรา WHT ที่ใช้บ่อยคือ:

WHT หักเมื่อไหร่: ต้องหักทุกครั้งที่ชำระเงินให้ผู้รับจ้างที่เป็นนิติบุคคล หากชำระเงินเดือนละหลายครั้ง ต้องหักทุกครั้ง ไม่ใช่หักแค่ครั้งแรก

4. หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง?

หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ตาม ม.50 ทวิ) ต้องมีข้อมูลต่อไปนี้ครบถ้วน:

ต้องออกหนังสือรับรองฯ ทันทีทุกครั้งที่มีการจ่ายเงิน ไม่ใช่รวบออกปลายปี

5. ใบกำกับภาษีของผู้รับเหมาต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง?

ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบที่ถูกต้องตามกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่มต้องมี:

ข้อควรระวัง: ใบเสร็จรับเงินธรรมดาไม่ใช่ใบกำกับภาษี ไม่สามารถนำมาใช้ขอคืน VAT หรือเป็นหลักฐานรายจ่ายทางภาษีได้

6. ภาษีหัก ณ ที่จ่ายต้องนำส่งสรรพากรเมื่อใด?

ต้องนำส่งแบบ ภ.ง.ด. 53 (สำหรับนิติบุคคล) ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดจากเดือนที่หัก หากยื่นทางอินเทอร์เน็ตผ่านระบบ e-Filing ได้รับการขยายเวลาเป็นวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

ตัวอย่าง: หักภาษีจากค่าซ่อมในเดือนมกราคม ต้องนำส่งภายใน 7 กุมภาพันธ์ (หรือ 15 กุมภาพันธ์ สำหรับการยื่นออนไลน์)

7. จ่ายเงินสดให้ช่างโดยไม่มีใบกำกับ มีความเสี่ยงอะไร?

ความเสี่ยงหลักมี 3 ประการ:

  1. สรรพากรอาจปฏิเสธค่าใช้จ่าย รายจ่ายที่ไม่มีเอกสารที่เหมาะสมอาจถูกบวกกลับเป็นรายได้ในการคำนวณภาษี
  2. ถูกประเมินภาษีย้อนหลัง หากตรวจสอบบัญชีพบการจ่ายเงินโดยไม่มีหลักฐาน อาจถูกประเมินภาษีพร้อมเงินเพิ่ม
  3. ไม่สามารถขอคืน VAT ได้ แม้ผู้ซื้อจด VAT แล้ว หากไม่มีใบกำกับภาษีก็ขอคืนภาษีซื้อไม่ได้

8. ผู้รับเหมาที่ไม่ได้จด VAT สามารถออกเอกสารอะไรให้แทน?

ผู้รับเหมาที่รายได้ต่ำกว่า 1.8 ล้านบาทและไม่ได้จด VAT สามารถออกเฉพาะ “ใบรับเงิน” หรือ “ใบเสร็จรับเงิน” ที่ระบุชื่อ ที่อยู่ และเลขบัตรประชาชน/เลขผู้เสียภาษีของผู้รับเหมา

ในกรณีนี้ บริษัทที่ว่าจ้างยังคงต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% (สำหรับบุคคลธรรมดาที่ได้รับค่าจ้างบริการ) และออกหนังสือรับรองฯ ให้

9. งานบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) ที่จ่ายเป็นรายเดือนคิด WHT อย่างไร?

สัญญา PM รายเดือนถือเป็นการจ่ายค่าบริการแต่ละงวด ต้องหัก WHT 3% ทุกครั้งที่ชำระ ไม่สามารถรวบหักปีละครั้งได้ แม้จะเป็นสัญญาระยะยาว

แนวปฏิบัติที่ดี: ให้ผู้รับเหมาออกใบแจ้งหนี้รายเดือนพร้อมใบกำกับภาษี และบริษัทออกหนังสือรับรองฯ ทุกเดือน เก็บเป็นชุดเอกสารสำหรับการยื่น ภ.ง.ด. 53 รายเดือน

10. มีแหล่งอ้างอิงทางการสำหรับตรวจสอบข้อมูลนี้ที่ไหนบ้าง?

หากต้องการผู้รับเหมาที่มีระบบออกใบกำกับภาษีและหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายอย่างถูกต้องครบถ้วน ดูรายละเอียดได้ที่หน้าสำหรับผู้ว่าจ้าง หรือบริการบำรุงรักษาในเครือข่าย TWH

พร้อมเริ่มต้นแล้วใช่ไหม?

ส่งคำขอ ฟรี รับใบเสนอราคาภายใน 30 นาที

ส่งคำขอบริการ
ส่งคำขอบริการ →