2026-09-03 · TWH AI

คู่มือควบคุมงานทาสีบำรุงรักษาในภูเก็ตสำหรับโรงแรมและรีเทล

วางแผนงานทาสีบำรุงรักษาในภูเก็ตสำหรับโรงแรมและร้านค้า คุมงบ ลดผลกระทบต่อการขาย และเลือกผู้รับเหมาที่ตอบโจทย์หลายสาขาได้

ในภูเก็ต งานทาสีบำรุงรักษาไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงามของอาคาร แต่เป็นงานที่กระทบโดยตรงต่อรายได้ ภาพลักษณ์แบรนด์ ประสบการณ์ลูกค้า และต้นทุนระยะยาวของทรัพย์สิน โดยเฉพาะโรงแรม รีเทล และอาคารเชิงพาณิชย์ที่ต้องเปิดให้บริการต่อเนื่อง การวางแผนงานผิดจังหวะอาจทำให้เสียยอดขาย เสียรีวิว หรือเกิดข้อร้องเรียนจากผู้เช่าและลูกค้าได้ บทความนี้สรุปแนวทางควบคุมงานทาสีบำรุงรักษาในภูเก็ตสำหรับผู้จัดการอาคาร ฝ่ายบริหารทรัพย์สิน และสำนักงานนิติบุคคลที่ต้องการคุมงบ ลดผลกระทบต่อการดำเนินงาน และเลือกผู้รับเหมาที่รองรับหลายสาขาได้จริง

ทำไมงานทาสีบำรุงรักษาในภูเก็ตจึงต้องวางแผนต่างจากจังหวัดอื่น

ภูเก็ตมีเงื่อนไขที่ท้าทายกว่าหลายพื้นที่ในไทย ทั้งสภาพอากาศ ความชื้นสูง ไอเกลือจากทะเล รังสี UV ที่แรง และรอบการใช้งานอาคารที่หนักจากนักท่องเที่ยว หากใช้มาตรฐานเดียวกับอาคารในกรุงเทพฯ หรือหัวเมืองทั่วไป มักเจอปัญหาสีซีดเร็ว สีลอกล่อน เชื้อรา คราบเกลือ และผนังแตกร้าวก่อนกำหนด

ปัจจัยเสี่ยงหลักของอาคารในภูเก็ต

สำหรับโรงแรมริมทะเลหรือร้านค้าทำเลท่องเที่ยว การเลื่อนงานเพียง 1–2 เดือนอาจทำให้ต้นทุนซ่อมจาก “งานทาสีบำรุงรักษา” กลายเป็น “งานแก้ระบบผิวและกันซึม” ซึ่งแพงกว่า 2–5 เท่าได้

เริ่มจากการสำรวจสภาพ ไม่ใช่เริ่มจากการขอราคา

ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยคือการส่ง BOQ แบบกว้าง ๆ ไปให้ผู้รับเหมาหลายรายตีราคา โดยยังไม่สำรวจสภาพจริง ผลคือได้ราคาที่เปรียบเทียบกันยาก เพราะแต่ละรายตีความหน้างานไม่เหมือนกัน

สิ่งที่ควรสำรวจก่อนออก TOR หรือขอใบเสนอราคา

  1. พื้นที่ทาภายนอกและภายใน แยกตามอาคารและโซน
  2. ประเภทพื้นผิว เช่น ปูนฉาบ คอนกรีต ผนังเก่า สีเดิม โลหะ ไม้ ฝ้า
  3. อาการเสียหาย
    • สีซีดจาง
    • สีพอง/ลอก
    • เชื้อรา/ตะไคร่น้ำ
    • รอยแตกร้าว hairline หรือ crack จริง
    • ความชื้นจากผนังหรือดาดฟ้า
  4. ข้อจำกัดการเข้าทำงาน
    • ช่วงเวลาห้ามส่งเสียง
    • พื้นที่ห้ามมีกลิ่น
    • พื้นที่ต้องเปิดขายตลอด
    • ข้อจำกัดด้านรถกระเช้า นั่งร้าน หรือการปิดทางเดิน
  5. มาตรฐานแบรนด์
    • โค้ดสี
    • ระดับความเงา
    • มาตรฐาน VOC
    • เอกสารความปลอดภัยและประกันงาน

เอกสารที่ควรได้จากการสำรวจ

ถ้าต้องการงานสำรวจและวางแผนบำรุงรักษาเชิงระบบ ควรใช้ผู้ให้บริการที่มีทั้งงานสีและงานซ่อมประกอบร่วมกัน เช่น บริการบำรุงรักษาอาคาร และ งานทาสีอาคาร เพื่อให้วิเคราะห์สาเหตุได้ครบ ไม่ใช่แก้แค่ผิวหน้า

ราคาตลาดงานทาสีบำรุงรักษาในภูเก็ตโดยประมาณ

ราคางานในภูเก็ตมักสูงกว่าบางจังหวัดจากต้นทุนแรงงาน โลจิสติกส์ และข้อจำกัดการทำงานในพื้นที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะอาคารที่ต้องทำงานนอกเวลา หรือมีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยสูง

ช่วงราคาที่พบได้บ่อยในตลาด

หมายเหตุ: เป็นช่วงราคาประเมินทั่วไปในปีปัจจุบัน ราคาจริงขึ้นกับสภาพผิว ความสูงอาคาร แบรนด์สี และเงื่อนไขการเข้าทำงาน

1) งานทาสีภายในอาคาร

2) งานทาสีภายนอกอาคาร

3) งานโครงเหล็ก/ราวกันตก/ประตูโลหะ

4) งานเข้าถึงยาก

5) ค่างานนอกเวลา

ตัวเลขเหล่านี้ช่วยให้ฝ่ายจัดซื้อหรือ property manager แยกได้ว่า “ราคาถูกผิดปกติ” มักตัดขั้นตอนเตรียมผิว ความหนาฟิล์มสี หรือทีมควบคุมความปลอดภัยออกไป ซึ่งจะย้อนกลับมาเป็นค่าแก้งานภายหลัง

วิธีตั้งงบประมาณให้คุมได้จริง

ในอาคารเชิงพาณิชย์ การตั้งงบงานสีไม่ควรมองแค่ราคาต่อ ตร.ม. แต่ต้องมอง Total Cost of Disruption ด้วย

สูตรคิดงบแบบใช้งานจริง

งบรวม = ค่างานทาสี + ค่าซ่อมผิว/กันซึม + ค่าเข้าถึงพื้นที่ + ค่า OT/กลางคืน + ค่า protection + contingency

สัดส่วน contingency ที่แนะนำ

ตัวอย่างงบประมาณจริง

โรงแรม 6 ชั้น พื้นที่ทาภายนอก 3,000 ตร.ม. ในโซนกะตะ

งบรวมประมาณ 1.66 ล้านบาท

หากเทียบกับความเสี่ยงจากรีวิวเสียหายหรือห้องพักขายไม่ได้ 10–20 ห้องในช่วง high season การเลื่อนงานผิดช่วงเวลาอาจทำให้ต้นทุนทางธุรกิจสูงกว่าค่างานสีเอง

วางแผนเวลาอย่างไรให้กระทบยอดขายน้อยที่สุด

สำหรับโรงแรมและรีเทล “ทำเสร็จเร็ว” ไม่เท่ากับ “กระทบน้อย” งานที่ดีต้องแบ่งเฟสตามการใช้งานจริง

แนวทางแบ่งเฟสสำหรับโรงแรม

แนวทางแบ่งเฟสสำหรับร้านค้าและศูนย์การค้า

ตัวอย่างสถานการณ์

ร้านค้าปลีก 8 สาขาในภูเก็ตต้องรีเฟรชสีภายในก่อนเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว หากทำสาขาละ 4 คืน คืนละ 6 ชั่วโมง จะใช้เวลารวม 32 คืน หากใช้ทีมเดียว แต่ถ้ามีผู้รับเหมาที่บริหารหลายทีมตามมาตรฐานเดียวกัน อาจทำจบใน 2–3 สัปดาห์ โดยใช้ mock-up เดียวกันและ QC checklist ชุดเดียว ช่วยลดเวลารวมและคุมคุณภาพแบรนด์ได้ดีกว่า

ข้อกำหนดและกฎระเบียบไทยที่ควรรู้ก่อนเริ่มงาน

สำหรับ corporate property manager หรือผู้อำนวยการสำนักงานนิติบุคคล ประเด็นกฎหมายไม่ได้อยู่แค่ใบเสนอราคา แต่รวมถึงความปลอดภัยและสิทธิการใช้อาคารระหว่างก่อสร้าง

1) ความปลอดภัยในการทำงาน

หากมีการทำงานบนที่สูง ใช้นั่งร้าน รถกระเช้า หรือเชือก ต้องให้ผู้รับเหมามีแผนความปลอดภัย อุปกรณ์ PPE และผู้ควบคุมงานที่เข้าใจมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูงอย่างชัดเจน ควรขอเอกสารดังนี้

2) การควบคุมผลกระทบต่อผู้ใช้อาคาร

นิติบุคคลหรือผู้จัดการอาคารควรมีหนังสือแจ้งผู้เช่า/ร้านค้า/ผู้เข้าพักล่วงหน้า ระบุ

3) การกำจัดของเสีย

ถ้ามีการขัดลอกสีเดิม ล้างผิว หรือใช้สารเคมี ควรให้ผู้รับเหมามีวิธีจัดการเศษวัสดุ น้ำล้าง และบรรจุภัณฑ์สีอย่างเหมาะสม ไม่ปล่อยลงท่อระบายน้ำหรือพื้นที่สาธารณะโดยตรง

4) การขออนุญาตทำงาน

ในอาคารที่มีระบบบริหารเข้ม เช่น โรง

พร้อมเริ่มต้นแล้วใช่ไหม?

ส่งคำขอ ฟรี รับใบเสนอราคาภายใน 30 นาที

ส่งคำขอบริการ
ส่งคำขอบริการ →