2026-10-02 · TWH AI

PND1ก กับค่าบริการซ่อมบำรุงในไทย: สิ่งที่ฝ่ายอาคารและการเงินต้องแยกให้ออก

คู่มือ B2B สำหรับแยกค่าบริการกับค่าแรงที่อาจเข้าข่าย PND1ก ในงานซ่อมบำรุงไทย ช่วยลดความเสี่ยงด้านภาษี เอกสารผิด และประเด็นตรวจสอบย้อนหลัง

สำหรับฝ่ายอาคาร นิติบุคคลอาคารชุด ผู้จัดการทรัพย์สิน และฝ่ายการเงินขององค์กรไทย “ค่าซ่อมบำรุง” ไม่ใช่แค่เรื่องจัดช่างให้มาทำงานเสร็จตรงเวลา แต่ยังเป็นเรื่องของเอกสาร ภาษี และการจำแนกรายการจ่ายให้ถูกต้องด้วย โดยเฉพาะประเด็นที่หลายทีมสับสนระหว่าง “ค่าบริการของนิติบุคคลผู้รับจ้าง” กับ “ค่าแรงที่อาจเข้าข่ายภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายแบบ PND1ก” หากแยกไม่ออกตั้งแต่ต้นทาง อาจนำไปสู่การบันทึกบัญชีผิด การหักภาษีผิดประเภท เอกสารไม่ครบ และความเสี่ยงเมื่อถูกตรวจสอบย้อนหลัง บทความนี้สรุปแนวคิดเชิงปฏิบัติที่ฝ่ายอาคารและฝ่ายการเงินควรรู้ เพื่อทำงานกับผู้รับเหมาซ่อมบำรุงในไทยได้อย่างปลอดภัยขึ้น

ทำความเข้าใจก่อน: PND1ก เกี่ยวอะไรกับงานซ่อมบำรุง

ในทางปฏิบัติ PND1ก คือแบบสรุปรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายประจำปีสำหรับเงินได้ตามมาตรา 40(1) และ 40(2) ที่จ่ายให้บุคคลธรรมดา เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง ค่าแรง ค่าคอมมิชชั่น ค่าบริการบางลักษณะ หรือค่าตอบแทนที่มีลักษณะใกล้เคียงกับการจ้างแรงงาน

ประเด็นสำคัญคือ งานซ่อมบำรุงในอาคารมักมี “แรงงาน” เป็นองค์ประกอบหลัก ไม่ว่าจะเป็นช่างไฟ ช่างแอร์ ช่างประปา ช่างระบบ หรือทีมช่างประจำไซต์ ทำให้หลายองค์กรเกิดคำถามว่า รายการที่จ่ายไปควรถูกมองเป็น:

  1. ค่าบริการของบริษัทผู้รับจ้าง
  2. ค่าจ้างแรงงานบุคคลธรรมดา
  3. ค่ารับเหมาที่รวมวัสดุและแรงงาน
  4. ค่าจ้างทำของ หรือค่าจ้างลักษณะอื่นที่ต้องพิจารณาภาษีหัก ณ ที่จ่ายอีกแบบ

ความเสี่ยงมักเกิดตอนที่ใบเสนอราคาหรือใบแจ้งหนี้เขียนไม่ชัด เช่น ระบุเพียง “ค่าแรงซ่อมปั๊มน้ำ” หรือ “ค่าแรงช่างเดินระบบไฟ” แต่ผู้รับงานจริงเป็นบริษัทจดทะเบียน VAT หรือกลับกัน ผู้ว่าจ้างจ้างช่างอิสระรายวัน แต่เอกสารถูกส่งมาเหมือนบริการจากนิติบุคคล

ดังนั้น คำถามแรกที่ฝ่ายอาคารและการเงินต้องตอบให้ได้ไม่ใช่ “งานนี้ซ่อมอะไร” แต่คือ “เราจ่ายเงินให้ใคร และจ่ายในฐานะอะไร”

หลักแยกเบื้องต้น: จ่ายให้บริษัท หรือจ่ายให้บุคคลธรรมดา

กรณีที่ 1: จ่ายให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

ถ้าผู้รับจ้างเป็นบริษัทจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่รับงานซ่อมบำรุงในนามกิจการ มีใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบกำกับภาษี และหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายครบ การจ่ายเงินมักถูกจัดเป็น “ค่าบริการ” หรือ “ค่ารับเหมา” ของนิติบุคคล ไม่ใช่รายการที่ไหลไปสู่ PND1ก โดยตรง

อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าจ้างยังต้องพิจารณาว่ามีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายตามประเภทบริการนั้นหรือไม่ เช่น ค่าบริการทั่วไปหรือค่ารับเหมาในบางกรณี ซึ่งจะเกี่ยวกับแบบหัก ณ ที่จ่ายสำหรับผู้รับเงินนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาตามลักษณะจริงของคู่สัญญา ไม่ใช่เหมารวมว่า “งานซ่อมไม่ต้องหักอะไรเลย”

กรณีที่ 2: จ่ายให้บุคคลธรรมดาโดยตรง

ถ้าจ้างช่างอิสระ ช่างประจำที่รับงานนอกเวลา หรือทีมแรงงานที่ไม่ได้ผ่านนิติบุคคล ผู้จ่ายต้องระวังมากขึ้น เพราะค่าตอบแทนอาจมีลักษณะเข้าข่ายเงินได้ของบุคคลธรรมดา และบางกรณีอาจเชื่อมโยงกับภาระการหักภาษีที่ต้องนำไปสรุปในระบบ PND1ก

จุดที่ต้องดูคือ ความสัมพันธ์ในการจ้างงาน เช่น

ถ้าลักษณะใกล้เคียง “ลูกจ้าง” มากกว่า “ผู้รับเหมางาน” ฝ่ายการเงินไม่ควรมองเป็นค่าบริการธรรมดา เพราะอาจกระทบทั้งการหักภาษี เงินสมทบประกันสังคม และความเสี่ยงแรงงานสัมพันธ์ด้วย

จุดสับสนที่เจอบ่อยในงานอาคาร

1) ใบเสนอราคาแยก “ค่าแรง” ออกจาก “ค่าวัสดุ” แล้วคิดว่าเข้าข่าย PND1ก ทันที

นี่เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนบ่อยมาก การที่ใบเสนอราคาแยกบรรทัดเป็น:

ไม่ได้แปลอัตโนมัติว่า “ค่าแรง” นั้นต้องไปอยู่ใน PND1ก เสมอไป เพราะยังต้องดูว่าใครเป็นผู้รับเงิน ถ้าเป็นบริษัทรับเหมาซ่อมบำรุงที่ออกเอกสารในนามนิติบุคคล รายการค่าแรงนั้นยังเป็นส่วนหนึ่งของค่าบริการของบริษัท

ตัวอย่างจริง:

กรณีนี้โดยหลักปฏิบัติทั่วไป ฝ่ายการเงินจะพิจารณาตามฐานะของผู้รับเงินว่าเป็นนิติบุคคล ไม่ใช่นำคำว่า “ค่าแรง” ไปตีความเป็นค่าจ้างแรงงานในระบบ PND1ก ทันที

2) จ้างช่างรายวันต่อเนื่องหลายเดือน แต่ใช้คำว่า “ผู้รับเหมา”

อีกกรณีที่เสี่ยงคืออาคารหรือสำนักงานมีงานซ่อมย่อยจำนวนมาก เช่น เดินตรวจไฟ เปลี่ยนหลอด ซ่อมประตู ปรับสุขภัณฑ์ แล้วจ้างช่างรายวัน 700–1,200 บาท/วัน เข้ามาประจำสัปดาห์ละ 3–5 วัน ต่อเนื่อง 4–6 เดือน

แม้จะเรียกกันภายในว่า “ผู้รับเหมา” แต่ถ้าความเป็นจริงช่างคนนั้น:

รูปแบบนี้อาจถูกมองว่าใกล้เคียงการจ้างแรงงานมากกว่าการซื้อบริการ ฝ่ายการเงินจึงควรหารือกับผู้สอบบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนใช้วิธีบันทึกแบบ “ค่าบริการผู้รับเหมา” ต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ

3) จ้างทีมแม่บ้านหรือช่างผ่านหัวหน้าทีมบุคคลธรรมดา

ในอาคารขนาดกลาง หลายแห่งใช้วิธีจ่ายเงินให้ “หัวหน้าทีม” ที่รวบรวมคนงาน 3–10 คน โดยไม่มีนิติบุคคลรองรับ เช่น

ถ้าหัวหน้าทีมออกเพียงบิลเงินสดหรือใบรับเงินธรรมดา ฝ่ายการเงินต้องระวังมาก เพราะมีความเสี่ยงทั้งเรื่องเอกสารต้นทางไม่สมบูรณ์ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และการพิสูจน์ลักษณะการจ้างเมื่อถูกตรวจย้อนหลัง

หากเป็นงานที่ต้องทำซ้ำบ่อย ควรพิจารณาใช้ผู้ให้บริการที่เป็นระบบมากกว่า เช่น บริการทำความสะอาด หรือผู้รับเหมาซ่อมบำรุงที่ออกเอกสารครบถ้วนได้

แนวทางแยกประเภทงานซ่อมบำรุงให้ชัดขึ้น

งานบริการซ่อมบำรุงจากนิติบุคคล

ลักษณะเด่น:

ตัวอย่างงาน:

ช่วงราคาพบได้ในตลาดไทย:

งานจ้างแรงงานหรือช่างอิสระ

ลักษณะเด่น:

ช่วงราคาพบได้:

ราคากลุ่มนี้ดูประหยัดในระยะสั้น แต่ต้นทุนแฝงคือเอกสารและความเสี่ยงทางภาษี ถ้างานมีความถี่สูงหรือมีมูลค่ารวมต่อปีมาก ฝ่ายอาคารควรประเมินว่าการใช้ผู้ให้บริการแบบนิติบุคคลอาจคุ้มกว่าในมุม compliance

เอกสารที่ควรมีเพื่อป้องกันปัญหา

ฝั่งอาคาร/ผู้ว่าจ้างควรเก็บ

  1. ใบขออนุมัติงานหรือ PR
  2. ใบเสนอราคาอย่างน้อย 1–3 ราย ในงานมูลค่าสำคัญ
  3. ขอบเขตงานชัดเจนว่าเป็นซ่อมอะไร เปลี่ยนอะไร รับประกันหรือไม่
  4. สำเนาหนังสือรับรองบริษัทและทะเบียน VAT ของผู้รับจ้าง
  5. สัญญาจ้าง/ใบสั่งจ้าง
  6. ใบส่งมอบงานหรือรายงาน service report
  7. รูปก่อน-หลังงาน
  8. ใบแจ้งหนี้/ใบกำกับภาษี/ใบเสร็จ
  9. หนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย หากมี
  10. หลักฐานการอนุมัติจากฝ่ายอาคารและฝ่ายการเงิน

ถ้าเป็นบุคคลธรรมดา ต้องเข้มขึ้นอีก

พร้อมเริ่มต้นแล้วใช่ไหม?

ส่งคำขอ ฟรี รับใบเสนอราคาภายใน 30 นาที

ส่งคำขอบริการ
ส่งคำขอบริการ →