2026-09-11 · TWH AI

183 Bis และอนุสัญญาภาษีซ้อน: สิ่งที่ผู้ว่าจ้างงานซ่อมบำรุงในไทยต้องตรวจ

คู่มือสำหรับ CFO และฝ่ายอาคารในการตรวจ 183 Bis เอกสารถิ่นที่อยู่ภาษี และจุดเสี่ยงอนุสัญญาภาษีซ้อน เมื่อต้องจ้างผู้รับเหมาต่างชาติในงานซ่อมบำรุงไทย

เมื่ออาคารสำนักงาน โรงงาน คลังสินค้า หรือโครงการมิกซ์ยูสในไทยต้องจ้างผู้รับเหมาต่างชาติสำหรับงานซ่อมบำรุงเฉพาะทาง เช่น ระบบไฟฟ้าแรงดันสูง เครื่องจักรจากต่างประเทศ ระบบ BMS ลิฟต์ ชิลเลอร์ หรือสายการผลิต คำถามของฝ่ายอาคารมักไม่ได้จบที่ “ผู้รับเหมาทำงานได้หรือไม่” แต่ไปต่อที่ “บริษัทต้องหักภาษีอย่างไร”, “ต้องขอเอกสารอะไร”, และ “เสี่ยงถูกประเมินย้อนหลังหรือไม่” โดยเฉพาะประเด็น 183 Bis เอกสารถิ่นที่อยู่ภาษี และการใช้สิทธิภายใต้อนุสัญญาภาษีซ้อน ซึ่งเป็นเรื่องที่ CFO ฝ่ายบัญชี และผู้จัดการอาคารต้องอ่านสัญญาและวางขั้นตอนให้รอบคอบก่อนอนุมัติงาน

บทความนี้สรุปสิ่งที่ผู้ว่าจ้างงานซ่อมบำรุงในไทยควรตรวจแบบใช้งานได้จริง ตั้งแต่งานซ่อมที่มักเจอในตลาดไทย เอกสารที่ต้องขอ จุดตรวจสำคัญเรื่อง 183 Bis ไปจนถึงตัวอย่างสถานการณ์ที่มีผลต่อภาษี หัก ณ ที่จ่าย และความเสี่ยงในการถูกสรรพากรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจภายหลัง

ทำไมเรื่อง 183 Bis และอนุสัญญาภาษีซ้อนจึงสำคัญกับงานซ่อมบำรุง

ในตลาดซ่อมบำรุงอาคารและโรงงานของไทย ผู้ว่าจ้างจำนวนมากใช้ผู้รับเหมาต่างชาติใน 3 กรณีหลัก

  1. ผู้ผลิตอุปกรณ์จากต่างประเทศส่งทีมเข้ามาซ่อมหรือ commissioning เอง
  2. บริษัทแม่ในต่างประเทศส่ง specialist เข้ามาบำรุงรักษาระบบ
  3. ผู้รับเหมาหลักต่างประเทศรับงาน แล้วส่งทีมย่อยเข้ามาทำงานในไซต์ไทย

งานเหล่านี้มักมีมูลค่าสูงกว่างานซ่อมทั่วไป เช่น

เมื่อมูลค่างานสูง ภาษีที่เกี่ยวข้องก็สูงตาม หากจัดเอกสารไม่ครบหรือใช้สิทธิอนุสัญญาภาษีซ้อนไม่ถูกต้อง ผู้ว่าจ้างอาจเจอปัญหา เช่น

สำหรับฝ่ายบริหารอาคาร การทำเช็กลิสต์ตั้งแต่ต้นจะช่วยลดทั้งความเสี่ยงภาษีและความล่าช้าในการเข้าหน้างาน โดยเฉพาะในงานที่หยุดระบบอาคารไม่ได้ เช่น ไฟฟ้า ประปา ปั๊มน้ำ ลิฟต์ หรือระบบสำรองไฟ ซึ่งควรวางแผนร่วมกับผู้ให้บริการที่คุ้นเคยกับกฎในไทย เช่น งาน ซ่อมบำรุงอาคาร หรือ งานระบบไฟฟ้า

183 Bis คืออะไรในบริบทที่ผู้ว่าจ้างควรรู้

ในทางปฏิบัติ คำว่า “183 Bis” มักถูกพูดถึงในวงการบัญชี ภาษี และ HR เมื่อต้องรับคนต่างชาติเข้ามาปฏิบัติงานในไทย โดยแกนสำคัญที่ฝ่ายผู้ว่าจ้างควรเข้าใจคือ “จำนวนวันอยู่ในไทย”, “ผู้จ่ายค่าตอบแทนคือใคร”, “งานทำเพื่อใคร”, และ “มีการใช้สิทธิภายใต้อนุสัญญาภาษีซ้อนหรือไม่”

ประเด็น 183 วันไม่ใช่สูตรสำเร็จว่า “ต่ำกว่า 183 วันแล้วไม่มีภาษีเสมอไป” เพราะในทางปฏิบัติยังต้องดูองค์ประกอบอื่นประกอบ เช่น

สำหรับ CFO ประเด็นสำคัญคือ อย่าตัดสินใจเรื่องภาษีจากเพียงการนับวันเข้าประเทศ แต่ต้องขอเอกสารและอ่านลักษณะสัญญาให้ครบ

เอกสารหลักที่ต้องขอก่อนออก PO หรือเซ็นสัญญา

ก่อนอนุมัติงานซ่อมบำรุงกับผู้รับเหมาต่างชาติ ควรตั้ง document checklist ขั้นต่ำดังนี้

1) หนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ทางภาษี

เอกสารนี้ใช้ยืนยันว่าผู้รับเงินเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศคู่สัญญาตามอนุสัญญาภาษีซ้อน หากไม่มีเอกสารนี้ การใช้สิทธิประโยชน์ตามอนุสัญญามักมีความเสี่ยงสูง

ควรตรวจว่าเอกสาร

2) สัญญาจ้างหรือ service agreement

สัญญาควรแยกให้ชัดว่าเป็น

ยิ่งแยกละเอียด ฝ่ายบัญชีจะยิ่งประเมินการหักภาษีและ VAT ได้ง่ายขึ้น

3) รายละเอียด scope of work

อย่าใช้เพียงข้อความกว้าง ๆ เช่น “maintenance service as discussed” เพราะไม่เพียงพอในกรณีตรวจภายหลัง ควรระบุว่าเข้าหน้างานกี่วัน ใช้คนกี่คน ทำกิจกรรมอะไรบ้าง และมีการทดสอบ/ปรับแต่ง/ควบคุมงานหรือไม่

4) สำเนาหนังสือรับรองบริษัทและข้อมูลผู้ลงนาม

ใช้ตรวจสอบว่าคู่สัญญาที่ออก invoice เป็นรายเดียวกับผู้ให้บริการจริงหรือไม่

5) เอกสารการเดินทางและกำหนดการเข้าทำงาน

เช่น tentative schedule, flight details, site attendance plan เพื่อใช้ประเมินจำนวนวันในไทยและวางแผนด้าน compliance

6) เอกสารภาษีและแบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

ในบางกรณีควรให้ฝ่ายภาษีหรือที่ปรึกษาภาษีช่วยตรวจแบบฟอร์มและข้ออ้างการใช้อนุสัญญาภาษีซ้อนก่อนจ่ายเงินจริง

จุดตรวจสำคัญในอนุสัญญาภาษีซ้อนที่กระทบงานซ่อมบำรุง

อนุสัญญาภาษีซ้อนของไทยกับแต่ละประเทศมีรายละเอียดไม่เหมือนกัน ดังนั้นผู้ว่าจ้างไม่ควรเหมารวมว่าใช้เงื่อนไขเดียวกันหมด แต่มีหัวข้อหลักที่ควรดูเสมอ

ถิ่นที่อยู่ของผู้รับเงิน

หากผู้รับเงินไม่ใช่ tax resident ของประเทศคู่สัญญา ก็อาจใช้สิทธิตามอนุสัญญาไม่ได้

ประเภทรายได้

รายได้จากงานซ่อมบำรุงอาจถูกตีความต่างกันตามข้อเท็จจริง เช่น

การจัดประเภทผิด ส่งผลต่ออัตราภาษีที่ต้องหักทันที

การมีสถานประกอบการถาวร

หากผู้รับเหมาต่างชาติมีลักษณะทำธุรกิจในไทยต่อเนื่อง ใช้สถานที่ในไทย หรือส่งคนเข้ามาปฏิบัติงานเกินเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง อาจเข้าข่ายมี permanent establishment ซึ่งทำให้สิทธิประโยชน์บางส่วนเปลี่ยนไป

เงื่อนไขจำนวนวัน

บางอนุสัญญาใช้เกณฑ์วันแตกต่างกัน และบางกรณีนับรวมการให้บริการในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ใช่ดูแค่การเข้ามารอบเดียว

ผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง

ถ้าคู่สัญญาในกระดาษไม่ใช่ผู้ให้บริการจริง หรือเป็นเพียงบริษัทผ่านทางเพื่อรับเงิน การใช้สิทธิภาษีอาจถูกตั้งคำถามได้

สถานการณ์จริงที่ฝ่ายอาคารและ CFO มักเจอ

กรณีที่ 1: ผู้ผลิตชิลเลอร์จากญี่ปุ่นส่งช่างเข้ามา 4 วัน

อาคารสำนักงานเกรด A ในกรุงเทพฯ มีชิลเลอร์ขนาดใหญ่เสียหาย ต้องให้ OEM จากญี่ปุ่นส่งทีม 2 คนเข้ามาตรวจและเปลี่ยนอะไหล่ มูลค่างานรวม 780,000 บาท แบ่งเป็น

จุดตรวจ:

แนวปฏิบัติที่ดี:

กรณีที่ 2: โรงงานใช้ผู้เชี่ยวชาญยุโรปทำ shutdown maintenance 21 วัน

โรงงานอาหารในนิคมอุตสาหกรรมว่าจ้าง specialist จากยุโรปเข้ามาควบคุมการ shutdown line ระหว่างปิดซ่อมประจำปี มูลค่า 2.8 ล้านบาท ทีมงาน 5 คน เข้าทำงาน 3 สัปดาห์

ความเสี่ยง:

แนวทางลดความเสี่ยง:

กรณีที่ 3: โครงการคอนโดใช้บริษัทสิงคโปร์รีโปรแกรม BMS ระยะไกลและเข้าหน้างาน 2 วัน

มูลค่างาน 240,000 บาท แบ่งเป็น remote engineering 160,000 บาท และ onsite testing 80,000 บาท

ประเด็นที่คนมักพลาด:

พร้อมเริ่มต้นแล้วใช่ไหม?

ส่งคำขอ ฟรี รับใบเสนอราคาภายใน 30 นาที

ส่งคำขอบริการ
ส่งคำขอบริการ →