2026-07-19 · TWH AI
วางงบซ่อมบำรุงตามหมวดค่าใช้จ่ายในไทยสำหรับผู้จัดการอาคาร
คู่มือจัดงบซ่อมบำรุงแยกตามหมวดงานสำหรับองค์กรในไทย ช่วยผู้จัดการอาคารและฝ่ายการเงินควบคุมต้นทุน วางแผนรายไซต์ และลดงบเกินจริง
การวางงบซ่อมบำรุงอาคารในไทยไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า “ปีนี้จะใช้งบเท่าไร” แต่ควรเริ่มจาก “อาคารของเรามีความเสี่ยงอะไร ค่าใช้จ่ายใดคงที่ ค่าใช้จ่ายใดผันแปร และหมวดไหนควรลงทุนเชิงป้องกันมากกว่าซ่อมเมื่อเสีย” สำหรับผู้จัดการอาคาร ฝ่ายบริหารอาคาร และนิติบุคคลองค์กร การแยกงบตามหมวดค่าใช้จ่ายอย่างเป็นระบบจะช่วยให้ควบคุมต้นทุนได้จริง เห็นต้นเหตุของงบบานปลาย และวางแผนรายไซต์ได้แม่นยำขึ้น โดยเฉพาะในอาคารสำนักงาน โรงงานขนาดกลาง คลังสินค้า และโครงการมิกซ์ยูสที่มีระบบวิศวกรรมหลายประเภทซ้อนกัน
ทำไมการแยกงบตามหมวดจึงสำคัญกว่าการตั้งงบรวม
หลายองค์กรในไทยยังใช้งบซ่อมบำรุงแบบ “ก้อนรวม” เช่น ตั้งงบปีละ 1–3% ของมูลค่าทรัพย์สิน หรือใช้งบปีก่อนบวกเผื่อ 5–10% วิธีนี้ทำได้เร็ว แต่มีข้อเสียสำคัญคือไม่เห็นว่าเงินถูกใช้กับระบบใดมากเกินไป และไม่สามารถแยกค่าใช้จ่ายฉุกเฉินออกจากค่าใช้จ่ายที่ควรคาดการณ์ได้
แนวทางที่ใช้ได้ผลในงานบริหารอาคารคือการแยกงบอย่างน้อย 5 ชั้นดังนี้
- ค่า PM (Preventive Maintenance) หรือบำรุงรักษาเชิงป้องกัน
- ค่า CM (Corrective Maintenance) หรือซ่อมเมื่อเกิดปัญหา
- ค่าอะไหล่และวัสดุสิ้นเปลือง
- ค่าปรับปรุงหรือเปลี่ยนทดแทนสินทรัพย์
- ค่าตรวจรับรองตามกฎหมายและความปลอดภัย
เมื่อแยกชัด ผู้จัดการอาคารจะตอบฝ่ายการเงินได้ง่ายขึ้น เช่น ทำไมงบแอร์สูงขึ้นใน Q2, ทำไมค่าน้ำซ่อมรั่วของบางไซต์ผิดปกติ หรือทำไมงบไฟฟ้าปีนี้ควรเพิ่มเพื่อป้องกันความเสี่ยงหยุดดำเนินงาน
โครงสร้างงบซ่อมบำรุงที่เหมาะกับอาคารองค์กรในไทย
ในทางปฏิบัติ งบซ่อมบำรุงของอาคารองค์กรในไทยมักแบ่งเป็น 6 หมวดหลัก ซึ่งครอบคลุมทั้งระบบวิศวกรรมและงานสถาปัตย์
1) ระบบไฟฟ้า
ครอบคลุม MDB, DB, หม้อแปลง, สายไฟ, เบรกเกอร์, ระบบแสงสว่าง, ไฟฉุกเฉิน, UPS และงานเทอร์โมสแกน
ตัวอย่างราคาตลาดในไทย:
- PM ตู้ MDB/DB รายไตรมาส: 4,000–15,000 บาท/ตู้ ขึ้นกับขนาดและความซับซ้อน
- Thermoscan ระบบไฟฟ้า: 8,000–30,000 บาท/ครั้ง
- เปลี่ยนเบรกเกอร์ MCB: 800–3,500 บาท/ตัว
- เปลี่ยน MCCB: 3,000–25,000 บาท/ตัว
- เปลี่ยนโคมไฟสำนักงาน LED: 800–2,500 บาท/จุด รวมค่าแรงเบื้องต้น
- ทดสอบไฟฉุกเฉิน/Exit sign: 100–300 บาท/จุด หากทำเป็นรอบจำนวนมาก
หากอาคารมีโหลดสำคัญ เช่น ศูนย์ข้อมูล ห้องเซิร์ฟเวอร์ หรือพื้นที่ผลิต ควรมีงบสำรอง CM ของระบบไฟฟ้าไม่ต่ำกว่า 10–15% ของงบไฟฟ้าทั้งปี เพราะความเสียหายจากไฟฟ้าขัดข้องมักแพงกว่าค่าซ่อมหลายเท่า
สำหรับองค์กรที่ต้องการวางแผนรายละเอียดงานระบบไฟ แนะนำดูขอบเขตงานของผู้ให้บริการด้านงานระบบไฟฟ้าเพื่อเทียบกับงบ PM และ CM ของแต่ละไซต์
2) ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ
ในอาคารสำนักงานไทย หมวดนี้มักกินงบสูงที่สุดรองจากไฟฟ้า หรือบางไซต์อาจสูงที่สุดหากใช้ FCU/AHU จำนวนมาก หรือมี Package/VRF หลายชุด
ตัวอย่างราคาตลาด:
- ล้างแอร์แบบแขวนหรือแยกส่วนเชิงพาณิชย์: 1,500–4,500 บาท/เครื่อง
- PM เครื่องปรับอากาศรายไตรมาส: 2,000–8,000 บาท/เครื่อง ตาม BTU และประเภทเครื่อง
- ล้าง FCU/AHU: 1,500–12,000 บาท/ชุด
- เติมน้ำยาแอร์: 1,500–6,000 บาท/ครั้ง
- เปลี่ยนมอเตอร์พัดลม: 3,000–15,000 บาท
- เปลี่ยนคอมเพรสเซอร์: 15,000–80,000+ บาท
- ล้างคอยล์ร้อน/คอยล์เย็นแบบใหญ่: 3,000–20,000 บาท
แนวทางงบที่ใช้งานได้จริงคือแบ่งเป็น
- PM ตามรอบเดือน/ไตรมาส
- งบอะไหล่สิ้นเปลือง เช่น ฟิลเตอร์ สายพาน คาปาซิเตอร์
- งบฉุกเฉินช่วงหน้าร้อนหรือช่วงโหลดสูง
- งบเปลี่ยนเครื่องที่อายุเกิน 10–15 ปี
ในไทย ช่วงมีนาคมถึงพฤษภาคมเป็นช่วงที่อัตราเสียของแอร์สูงขึ้นอย่างชัดเจน หากไม่มี PM ล่วงหน้า อาคารมักเจอค่า CM กระโดด 20–40% ใน Q2
หากต้องการเทียบประเภทงานและรอบบริการ สามารถอ้างอิงบริการล้างและบำรุงรักษาระบบปรับอากาศเพื่อใช้ตั้ง scope และ SLA กับผู้รับเหมาได้
3) ระบบประปา สุขาภิบาล และระบายน้ำ
หมวดนี้ถูกประเมินต่ำเกินจริงบ่อยที่สุด เพราะหลายองค์กรคิดเฉพาะ “ค่าซ่อมรั่ว” แต่ในความจริงต้นทุนแฝงจากน้ำรั่ว น้ำซึม กลิ่นย้อน ปั๊มเสีย และท่ออุดตัน สามารถกระทบผู้เช่า พนักงาน และงานตกแต่งภายในได้ทันที
ราคาตลาดโดยประมาณ:
- ล้างท่อระบายน้ำ: 2,000–10,000 บาท/จุด
- ซ่อมรอยรั่วท่อประปาเล็กน้อย: 1,500–6,000 บาท/จุด
- เปลี่ยนวาล์ว บอลวาล์ว ฟลัชวาล์ว: 800–8,000 บาท/จุด
- เปลี่ยนปั๊มน้ำอาคารขนาดเล็ก-กลาง: 12,000–60,000 บาท/ชุด
- ล้างถังเก็บน้ำ: 4,000–20,000 บาท/ครั้ง
- ดูดไขมัน/ล้างบ่อดักไขมัน: 2,500–12,000 บาท/ครั้ง
- สำรวจท่อด้วยกล้อง CCTV: 5,000–25,000 บาท/ครั้ง
อาคารที่มีห้องน้ำจำนวนมากหรือมี pantry ทุกชั้น ควรตั้งงบวัสดุสิ้นเปลืองและงานซ่อมย่อยรายเดือนแยกจากงบงานใหญ่ เพราะถ้ารวมกัน ฝ่ายการเงินจะเห็นแค่งบ “ประปา” แต่ไม่เห็นว่างบจริงกระจุกอยู่ที่จุดใช้งานถี่
ผู้จัดการอาคารสามารถใช้รายการบริการด้านระบบประปาและสุขาภิบาลเป็น baseline เวลาขอใบเสนอราคาแบบเทียบเคียงหลายเจ้า
4) ระบบอัคคีภัยและความปลอดภัย
งบหมวดนี้เกี่ยวข้องกับทั้งความเสี่ยงและข้อกำหนดด้านความปลอดภัย จึงไม่ควรตัดลดแบบเหมารวม
รายการค่าใช้จ่ายที่พบประจำ:
- ตรวจเช็คถังดับเพลิง: 50–150 บาท/ถัง
- เติมสารเคมีถังดับเพลิง: 250–900 บาท/ถัง
- PM ระบบ fire alarm: 5,000–30,000 บาท/ครั้ง
- ทดสอบ fire pump: 3,000–15,000 บาท/ครั้ง
- เปลี่ยน detector / manual station: 800–4,000 บาท/จุด
- ตรวจ emergency light / exit sign: 100–300 บาท/จุด
- ซ้อมอพยพหนีไฟพร้อมวิทยากร/ผู้ประสานงาน: 15,000–80,000 บาท/กิจกรรม
อาคารที่มีผู้ใช้งานหนาแน่น เช่น สำนักงานหลายชั้นหรือโรงงาน ควรตั้งงบตรวจสอบและซ้อมแผนประจำปีแบบไม่ดึงจากงบซ่อมฉุกเฉิน เพราะเป็นคนละวัตถุประสงค์
5) งานโครงสร้าง สถาปัตย์ และพื้นที่ส่วนกลาง
ได้แก่ สี ผนัง ฝ้า หลังคา พื้น กันซึม ประตู หน้าต่าง และงานทางเดินส่วนกลาง
ราคาตลาดคร่าว ๆ:
- ซ่อมรอยรั่วหลังคา/กันซึมเฉพาะจุด: 3,000–20,000 บาท/จุด
- ทากันซึมดาดฟ้า: 250–900 บาท/ตร.ม.
- ทาสีภายในสำนักงาน: 80–180 บาท/ตร.ม.
- ซ่อมฝ้าเพดาน: 500–2,000 บาท/จุด
- เปลี่ยนกระเบื้องยาง/พื้นบางส่วน: 400–1,200 บาท/ตร.ม.
- ซ่อมประตู closer / มือจับ / บานพับ: 800–5,000 บาท/จุด
หมวดนี้ควรแยก “งานรักษาสภาพ” ออกจาก “งานปรับภาพลักษณ์” เช่น ทาสีเพื่อปิดรอยใช้งานถือเป็น maintenance แต่รีโนเวทพื้นที่รับรองลูกค้าอาจเข้าหมวด capex หรือ fit-out มากกว่า
6) ลิฟต์ เครื่องกล และระบบพิเศษ
สำหรับอาคารหลายชั้น ค่าใช้จ่ายส่วนนี้มักเป็นสัญญารายเดือนหรือรายปี
- สัญญาบำรุงรักษาลิฟต์: 2,500–15,000 บาท/เครื่อง/เดือน
- ซ่อมอุปกรณ์ลิฟต์เฉพาะจุด: 5,000–100,000+ บาท
- PM ประตูอัตโนมัติ: 1,500–6,000 บาท/ชุด
- งานเครื่องกลพิเศษ เช่น ปั๊ม booster, ระบบระบายอากาศห้องน้ำ, พัดลมดูดควัน: 2,000–20,000 บาท/ชุด/รอบ
วิธีตั้งงบรายปี: แยก Fixed, Variable และ Reserve
ผู้จัดการอาคารที่คุมหลายไซต์ควรใช้โมเดล 3 ชั้น
Fixed Cost
ค่าใช้จ่ายที่รู้ล่วงหน้า เช่น สัญญา PM รายเดือน รายไตรมาส รายปี ค่าตรวจรับรอง และค่าล้างระบบตามรอบ
ตัวอย่าง:
- PM แอร์รายไตรมาส
- PM ตู้ไฟ
- ล้างถังน้ำ
- ตรวจ fire alarm
- สัญญาลิฟต์
Variable Cost
ค่าใช้จ่ายผันแปรจากสภาพใช้งานจริง เช่น ท่ออุดตัน เปลี่ยนหลอดไฟ ซ่อมก๊อกน้ำ ซ่อมประตู
โดยทั่วไปอาคารสำนักงานขนาดกลาง 5,000–10,000 ตร.ม. อาจตั้งงบ variable maintenance ราว 150,000–600,000 บาท/ปี ขึ้นกับอายุอาคารและคุณภาพระบบเดิม
Reserve / Contingency
งบเผื่อเหตุฉุกเฉิน เช่น เบรกเกอร์ไหม้ ปั๊มน้ำเสีย คอมเพรสเซอร์พัง น้ำรั่วลงฝ้า
คำแนะนำเชิงปฏิบัติ:
- อาคารอายุไม่เกิน 5 ปี: reserve 5–8% ของงบ maintenance รวม
- อาคารอายุ 6–15 ปี: reserve 8–15%
- อาคารอายุเกิน 15 ปี: reserve 15–25%
หากไซต์ใดมีประวัติ breakdown ถี่ ควรเพิ่ม reserve เฉพาะไซต์แทนการเฉลี่ยทุกแห่งเท่ากัน
ตัวอย่างการจัดงบสำหรับอาคารสำนักงานในกรุงเทพฯ
สมมติอาคารสำนักงาน 8 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 7,500 ตร.ม. อายุอาคาร 12 ปี มีผู้ใช้งาน 450 คน
งบซ่อมบำรุงรายปีตัวอย่าง:
- ระบบปรับอากาศ: 420,000 บาท
- ระบบ