2026-10-01 · TWH AI
บริการทำความสะอาดและดูแลอาคารในปทุมธานีสำหรับคลังสินค้าและโรงงาน
คู่มือ B2B สำหรับผู้จัดการอาคารในปทุมธานี วางแผนงานทำความสะอาดและบำรุงรักษาคลังสินค้า-โรงงาน คุม SLA คุณภาพ ความปลอดภัย และต้นทุนได้ดีขึ้น
ผู้จัดการอาคารและผู้อำนวยการฝ่ายนิติบุคคลที่ดูแลคลังสินค้าและโรงงานในปทุมธานี มักต้องรับมือกับโจทย์ที่ซับซ้อนกว่าการ “ทำความสะอาดให้เรียบร้อย” เพราะงานหน้างานจริงเกี่ยวข้องทั้งมาตรฐานความปลอดภัย การเดินเครื่องของผู้เช่า/ผู้ใช้อาคาร การควบคุมค่าใช้จ่ายรายเดือน การตรวจรับตาม SLA และการประสานผู้รับเหมาหลายรายพร้อมกัน หากวางแผนไม่ดี ปัญหาเล็กอย่างฝุ่นสะสม คราบน้ำมัน พื้นลื่น หรือห้องน้ำพนักงานไม่เพียงพอ อาจลุกลามเป็นข้อร้องเรียน การหยุดงาน หรือความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยได้ บทความนี้สรุปแนวทางแบบ B2B สำหรับอาคารในปทุมธานี โดยเน้นกฎเกณฑ์ไทย ราคาตลาด และวิธีบริหารงานที่ใช้งานได้จริง
ภาพรวมความต้องการงานดูแลอาคารในปทุมธานี
ปทุมธานีเป็นพื้นที่ที่มีทั้งนิคมอุตสาหกรรม โรงงานขนาดกลาง-ใหญ่ คลังสินค้า DC และอาคารสนับสนุนสำนักงานกระจายอยู่หลายโซน เช่น ลำลูกกา คลองหลวง ธัญบุรี สามโคก และใกล้แนวรอยต่ออยุธยา-นนทบุรี-กรุงเทพฯ ลักษณะพื้นที่ทำให้รูปแบบงานดูแลอาคารต่างจากออฟฟิศทั่วไปใน 3 เรื่องหลัก
1) ปริมาณฝุ่นและคราบเฉพาะทางสูง
โรงงานและคลังสินค้ามีฝุ่นจากพาเลต กระดาษ ฟิล์มห่อสินค้า เศษพลาสติก ผงดินจากล้อรถยก รวมถึงคราบน้ำมันจากงานซ่อมบำรุงหรือจุดโหลดสินค้า งานจึงต้องใช้เครื่องมือและสารเคมีที่เหมาะสม ไม่ใช่เพียงแม่บ้านทั่วไป
2) มีข้อจำกัดเรื่องเวลาและการเดินเครื่อง
หลายไซต์เปิด 24/7 หรือมีรอบรถเข้า-ออกหนาแน่นช่วงเช้าและค่ำ งานทำความสะอาดต้องหลบเส้นทาง forklift, loading dock, line production และไม่กระทบ KPI การผลิต
3) ความเสี่ยงด้าน EHS สูงกว่าอาคารสำนักงาน
พื้นเปียกในจุดเดินร่วมคน-รถ, การทำงานบนที่สูง, การใช้ไฟฟ้าใกล้น้ำ, การเก็บสารเคมี และการคัดแยกของเสีย ล้วนต้องอยู่ในกรอบความปลอดภัยและตรวจสอบย้อนหลังได้
สำหรับอาคารที่ต้องการบริการครบวงจร มักแยกงานออกเป็น 2 กลุ่ม คือ งานทำความสะอาดประจำ และงานระบบ/ซ่อมบำรุงเชิงป้องกัน ซึ่งควรบริหารร่วมกันมากกว่าจ้างแยกแบบต่างคนต่างทำ หากกำลังประเมินโครงสร้างบริการ สามารถดูภาพรวมได้ที่ บริการทำความสะอาด และ บริการบำรุงรักษาอาคาร
งานทำความสะอาดสำหรับคลังสินค้าและโรงงาน ควรครอบคลุมอะไรบ้าง
หลายองค์กรยังใช้ TOR แบบเดียวกับอาคารสำนักงาน ทำให้ผู้รับเหมาประเมินทรัพยากรต่ำเกินจริง และเกิดปัญหางานตกหล่นภายใน 1–3 เดือนแรก รายการงานที่ควรระบุให้ชัดมีดังนี้
พื้นที่คลังสินค้าและโซนปฏิบัติการ
- กวาด/ดูดฝุ่นพื้นคลังและทางเดินหลัก
- ขัดพื้นจุดมีคราบฝังแน่น
- เก็บเศษพาเลต ฟิล์มยืด เศษกล่อง
- ทำความสะอาดหน้า dock และพื้นที่ staging
- เช็ดราวกันชน ประตูม้วน ป้าย safety
- ดูแลจุดขยะและรีไซเคิล
พื้นที่สำนักงานในโรงงาน
- โต๊ะทำงาน พื้นพรม/พื้นกระเบื้อง
- ห้องประชุม ห้องรับรอง
- Pantry และจุดรับประทานอาหาร
- กระจกภายในและผนังส่วนสัมผัสบ่อย
พื้นที่สุขอนามัย
- ห้องน้ำพนักงานและผู้มาติดต่อ
- ห้องอาบน้ำ/ห้องเปลี่ยนชุด
- จุดล้างมือในโซนผลิต
- การเติม consumables เช่น กระดาษชำระ สบู่ ถุงขยะ
งานตามรอบ
- Big cleaning รายเดือน/รายไตรมาส
- ขัดล้างพื้น deep scrub
- ฉีดล้างภายนอก
- เช็ดฝุ่นสูง คาน โคมไฟ รางสายไฟในพื้นที่อนุญาต
- ล้างถังขยะ/บ่อดักไขมันสำหรับโรงอาหาร
สำหรับไซต์ที่มีข้อกำหนด GMP, HACCP หรือ audit จากลูกค้าต่างประเทศ ควรแยก zoning และอุปกรณ์ตามพื้นที่ชัดเจน เช่น ไม้ม็อบสีต่างกันระหว่างห้องน้ำ พื้นที่ผลิต และพื้นที่รับประทานอาหาร
วิธีคำนวณกำลังคนและรอบงานให้พอดี
หนึ่งในความผิดพลาดที่พบได้บ่อยคือกำหนด “จำนวนแม่บ้าน” จากความเคยชิน ไม่ได้อิงภาระงานจริง วิธีที่แม่นกว่าคือเริ่มจาก 4 ตัวแปร
1) พื้นที่ใช้งานจริง
อย่าดูเพียง GFA หรือพื้นที่เช่า ให้คำนวณพื้นที่ที่ต้องทำจริง เช่น
- คลังสินค้า 8,000 ตร.ม.
- สำนักงาน 600 ตร.ม.
- ห้องน้ำ 12 ห้อง
- ลานโหลดสินค้า 1,500 ตร.ม.
2) ประเภทคราบและความถี่
พื้นคลังแห้งทั่วไปกับพื้นที่มีคราบน้ำมัน ใช้เวลาและเครื่องต่างกันมาก เช่น
- ทางเดินหลัก: 2–4 รอบ/วัน
- ห้องน้ำพนักงานกะกลางวัน: ตรวจทุก 1–2 ชั่วโมง
- จุดโหลดสินค้า: เก็บกวาดทุกกะ
- โรงอาหาร: ทำความสะอาดหลังแต่ละรอบพัก
3) ช่วงเวลาหน้างาน
หากไซต์มี 2–3 กะ อาจต้องใช้คนประจำเช้าและเวร support ช่วงเย็น/ดึก แทนการลงคนทั้งหมดช่วงเช้าแล้วปล่อยหน้างานว่าง
4) การใช้เครื่องจักร
เครื่อง scrubber dryer แบบนั่งขับหรือแบบเข็น สามารถลดเวลาทำพื้นคลังได้มาก หากพื้นที่เกิน 3,000–5,000 ตร.ม. การใช้แรงงานอย่างเดียวมักต้นทุนต่อคุณภาพไม่คุ้ม
ตัวอย่างสถานการณ์จริง: คลังสินค้า 10,000 ตร.ม. + สำนักงาน 800 ตร.ม. + ห้องน้ำ 10 ห้อง เปิด 2 กะ
แนวทางเบื้องต้นอาจใช้
- พนักงานทำความสะอาดประจำ 4–6 คน/วัน
- หัวหน้าหน้างาน 1 คนแบบแชร์เวลาหรือ onsite ตามขนาด
- เครื่อง scrubber dryer 1 เครื่อง
- Big cleaning รายเดือน 1 ครั้ง
หากเป็นไซต์โรงงานอาหารหรืออิเล็กทรอนิกส์ จำนวนคนอาจสูงขึ้นเพราะข้อกำหนดด้าน hygiene และความถี่การตรวจคุณภาพ
ราคาตลาดในไทยและช่วงงบประมาณที่ควรรู้
ราคาขึ้นกับขอบเขตงาน เวลาให้บริการ ความเสี่ยงหน้างาน และอุปกรณ์ที่รวมในสัญญา แต่สำหรับตลาดปทุมธานีในปีปัจจุบัน ผู้บริหารอาคารสามารถใช้ช่วงราคาคร่าว ๆ เพื่อเทียบผู้เสนอราคาได้ดังนี้
ค่าบริการพนักงานทำความสะอาดประจำ
- พนักงานประจำรายคน: ประมาณ 18,000–28,000 บาท/คน/เดือน
- หัวหน้าหน้างานหรือ supervisor: ประมาณ 25,000–40,000 บาท/เดือน
- ไซต์ที่ต้องทำงาน 6 วัน/สัปดาห์ 8 ชั่วโมง/วัน มักอยู่ในช่วงกลางของราคา
- หากมีงานกะดึก 24/7 หรือข้อกำหนด PPE/Safety สูง ราคาจะขยับขึ้น
ช่วงราคานี้มักรวมค่าแรงพื้นฐาน เครื่องมือทั่วไป ยูนิฟอร์ม และการบริหารจัดการเบื้องต้น แต่ควรถามให้ชัดว่า “รวม” หรือ “ไม่รวม”
- น้ำยาสิ้นเปลือง
- กระดาษชำระ สบู่ล้างมือ ถุงขยะ
- เครื่องจักรหนัก
- ค่าแรงวันหยุดนักขัตฤกษ์
- พนักงานแทนกรณีขาดงาน
ค่าบริการทำความสะอาดตามพื้นที่หรือเหมางาน
- Big cleaning คลัง/โรงงาน: ประมาณ 15–45 บาท/ตร.ม.
- ขัดพื้นด้วยเครื่อง scrubber: ประมาณ 8–25 บาท/ตร.ม.
- ล้างห้องน้ำ deep cleaning: 2,000–8,000 บาท/ครั้ง ตามจำนวนห้องและสภาพหน้างาน
- เช็ดกระจกภายใน/ภายนอกชั้นล่าง: 20–60 บาท/ตร.ม.
- งานที่สูงหรือ rope access: ราคาประเมินเฉพาะกรณี
งบซ่อมบำรุงเบื้องต้น
สำหรับงาน PM และงานช่างทั่วไปในคลังสินค้า/โรงงานขนาดกลาง
- สัญญาช่างประจำหรือ shared technician: ราว 25,000–60,000 บาท/เดือน ขึ้นกับสcope
- PM ระบบไฟฟ้า/แสงสว่าง/ปั๊มน้ำ/สุขาภิบาล แบบรายรอบ: เริ่มประมาณหลักหมื่นต่อเดือน
- ล้างแอร์เชิงพาณิชย์: ประมาณ 500–2,500 บาท/เครื่อง ขึ้นกับขนาด
- ตรวจระบบดับเพลิง/ปั๊ม/ตู้ fire alarm: ต้องประเมินตามระบบจริง
ข้อสำคัญคืออย่าเปรียบเทียบ “ราคา/คน” อย่างเดียว ต้องดูผลลัพธ์หน้างานและต้นทุนแฝง เช่น หากผู้รับเหมาราคาต่ำแต่ขาดคนบ่อย ผู้จัดการอาคารจะเสียเวลาแก้ปัญหา และคุณภาพตกจนกระทบผู้เช่าหรือไลน์ผลิต
วิธีตั้ง SLA และ KPI ให้ตรวจรับง่าย
สัญญาที่ดีไม่ควรเขียนกว้าง ๆ ว่า “รักษาความสะอาดให้เรียบร้อย” แต่ควรมีตัวชี้วัดที่วัดได้และตรวจรับได้จริง
SLA ด้านการปฏิบัติงาน
- จำนวนพนักงานประจำขั้นต่ำต่อกะ
- เวลาเข้างานและเวลาครอบคลุมแต่ละโซน
- เวลาตอบสนองงานเร่งด่วน เช่น คราบหก/พื้นลื่น ภายใน 10–15 นาที
- พนักงานทดแทนกรณีขาดงานภายใน 2–4 ชั่วโมง หรือภายในวัน
KPI ด้านคุณภาพ
- ห้องน้ำพร้อมใช้งานไม่น้อยกว่า 95–98%
- ข้อร้องเรียนด้านความสะอาดไม่เกิน X ครั้ง/เดือน
- ผลตรวจ checklist ผ่านไม่น้อยกว่า 90–95%
- พื้นที่ทางเดินหลักต้องไม่มีเศษขยะค้างเกินรอบตรวจ
- จุดเสี่ยงลื่นต้องมีการป้ายเตือนและจัดการทันที
KPI ด้านความปลอดภัย
- อุบัติเหตุจากงานทำความสะอาดเป็นศูนย์
- มีการอบรม PPE, chemical handling, lockout-tagout awareness ตามที่ไซต์กำหนด
- SDS/ฉลากสารเคมีครบ 100%
- บันทึกตรวจเครื่องมือไฟฟ้าก่อนใช้งานครบทุกเดือน
เอกสารควบคุมที่ควรมี
- Master checklist รายวัน/รายสัปดาห์/รายเดือน
- Attendance report
- Incident & corrective action log
- Consumption report ของวัสดุสิ้นเปลือง
- Photo report ก่อน-หลัง สำหรับงานตามรอบ
ในทางปฏิบัติ ผู้จัดการอาคารควรขอ dashboard สรุปรายเดือน 1 หน้า ที่อ่านง่าย เช่น จำนวน complaint, pass rate, การใช้ consumables, งาน PM ค้าง, และประเด็นความเสี่ยงเดือนถัดไป
กฎหมายและข้อกำหนดไทยที่ควรระวัง
แม้งานทำความสะอาดจะไม่ใช่งานวิศวกรรมเต็มรูปแบบทุกส่วน แต่ก็เกี่ยวพันกับกฎหมายแรงงาน ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมโดยตรง ประเด็นหลักที่ควรตรวจมีดังนี้
กฎหมายแรงงานและการจ้างเหมาบริการ
- ตรวจว่าผู้รับเหมาปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ค่าจ้าง วันหยุด และประกันสังคม
- ขอสำเนาเอกสารบริษัท ใบ ภ.พ.20 และรายชื่อ